Hongkong again





มีโอกาสมาเยือนเกาะฮ่องกงในเดือนกรกฎาคมเป็นปีที่ 3 ติดๆกัน รู้สึกชิลล์มากตั้งใจว่า จะไม่เตรียมข้อมูลอะไรเลย แบบไปหาเอาดาบหน้า เนื่องจากรู้สึกตันเหมือนกัน ไม่รู้จะไปไหนหรือทำอะไรดี แต่ก็ไม่อยากซ้ำ เลยจำเป็นต้องดูข้อมูลสถานที่ใหม่ๆบ้าง ปรากฏว่า ฮ่องกง ก็มีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นตลอด แล้วบางแห่งก็อยากไปซ้ำอีก แล้วเวลาที่เตรียมไว้จะพอไหมเนี่ย (เคยมีคนบอกว่า ไปฮ่องกงไปหลายวันจะทำอะไร แค่วันสองวันก็พอแล้ว ขอบอกว่า ฮ่องกงมีเสน่ห์มากกว่านั้น โดยเฉพาะเรื่องอาหาร มีความโดดเด่นไม่แพ้ที่ใดจริงๆ)

                                                     

วันแรก : มาถึงฮ่องกงในตอนเช้าประมาณ 7 โมง เช้าอย่างนี้ต้องโจ๊กร้อนๆสักชาม เราแวะร้าน Crystal jade la mian xiao long bao  การเดินทางไปร้านนี้ง่ายมาก ร้านตั้งอยู่ภายในสนามบิน ที่สำคัญเปิดแต่เช้าเมนูที่สั่งก็ "โจ๊กไข่เยี่ยวม้าฮ่องกง" (42.5 hk) ไม่ผิดหวังจริงๆ เนื้อโจ๊กเนียนมาก นอกจากโจ๊กแล้วอาหารที่ขึ้นชื่อของร้านอีกอย่างก็ เสี่ยว หลง เปา ใครที่ได้มาสนามบินแห่งนี้ลองชิมดูนะ สำหรับเราเช้านี้แค่โจ๊ก ก็ happy แล้ว



เราใช้บริการ Airport Express เดินทางเข้าเมือง สามารถลงได้ทั้งฝั่งเกาลูนและฝั่งฮ่องกง อาจจะแพงกว่าการเดินทางเข้าเมืองโดยวิธีอื่นสักนิด แต่ก็สะดวกมากเพราะขากลับเราสามารถ Check in จากในเมืองได้ โดยไม่ต้องหอบกระเป๋าติดตัวไปไหนต่อไหนอีก แล้วยังมีเวลาเที่ยวเล่นได้ก่อนเครื่องออกแบบสบายตัว (ถ้าซื้อของเพิ่มก็เอาไปโหลดเพิ่มได้นะ) นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถ Shuttle bus ไปยังโรงแรมที่อยู่ในเส้นทางของรถได้ฟรีอีกค่ะ ก่อนจะไปเที่ยวเล่นขอเอากระเป๋าไปเก็บในที่พักก่อน

ครั้งนี้เราเลือกพักฝั่งฮ่องกงเพราะถนัดกว่าฝั่งเกาลูน โจทก์คืออยากได้ห้องพักกว้างๆ มีพนักงาน 24 ชั่วโมง จะได้ฝากกระเป๋าได้ เดินทางสะดวก จึงมาลงตัวที่ Twenty One Whitfield

ใครจะมาฮ่องกง แนะนำที่นี่เลยค่ะ ห้องพักดีมาก มีเครื่องใช้ประมาณ service apartment ของใช้ก็ให้ของ l'occitane ดีเลิศ สมราคามาก เก็บของเรียบร้อยก็ขอไปไหว้พระเป็นสิริมงคลสักหน่อย




เรานั่งรถเมล์มาแถว Diamond Hill จุดหมายคือ สำนักชีฉีหลินและสวนหนานเหลียน

Source: http://www.discoverhongkong.com/th/see-do/culture-heritage/chinese-temples/chi-lin-nunnery-and-nan-lian-garden.jsp#ixzz3iwumxPQ3


สำนักชีแห่งนี้มีกลุ่มอารามทำจากไม้ขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยสระบัว ดูสบายตา สบายใจมาก อารามไม้แห่งนี้มีวิธีการก่อสร้างที่พิเศษคือจะไม่ใช้ตะปูในการเชื่อมต่อไม้เข้าด้วยกัน ภายในอารามมีการจำลองวิธีการก่อสร้างอารามไว้ด้วย เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยมาก สำนักชีฉีหลินมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ในปางต่างๆ ที่งดงามประดิษฐานให้ผู้คนมาเคารพบูชา  

 

สวนหนานเหลียน ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามสำนักชีฉีหลิน เป็นสวนที่ร่มรื่นมาก จัดสวนในรูปแบบของราชวงค์ถัง พื้นที่กว้าง แต่เดินชมได้สบายๆ ไม่เหนื่อยเพราะจัดวางรูปแบบคดเคี้ยว มีพรรณไม้หลากหลายให้ดูจนเพลินทีเดียว 



ภายในสวนหนานเหลียนมี secret restaurant เก๋มากๆ ตั้งอยู่ด้านหลังม่านน้ำตก ร้านนี้ขายอาหารเจ คง concept การขายอาหารในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เพราะสวนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักชีฉีหลิน ใครอยากอิ่มบุญมาลองทานได้ค่ะ อาหารจะขายเป็นเซท ราคาแอบสูงเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าทำบุญ
ใครไม่อยากทานอาหาร อยากทานเครื่องดื่มหรือขนมเบาๆ แนะนำให้ไป Nanlian garden chilin nunnery  เป็นร้านเล็กๆ อยู่ภายในสวนหนานเหลียนก็ใช้ได้ค่ะ เราสั่ง Summer ice beverage (18 hk) ชื่นใจ คลายร้อนได้ดีทีเดียว


ออกจากสำนักชีฉีหลิน เรานั่ง mtr สถานี diamond hill มาลงสถานี prince edward (exit c)จุดหมายคือก๋วยเตี๋ยวหลอดเทพ ร้าน Superior rice roll pro shop (373 Portland st.) ก๋วยเตี๋ยวหลอด (21 hk)  แป้งนุ่มๆ หมูเต็มๆ อร่อยมาก 

ออกจากร้านก๋วยเตี๋ยวหลอดเดินผ่านร้าน Majesty (Nathan rd.) จะผ่านเลยไปก็กระไรอยู่ เค้าว่ากันว่าร้านนี้ ติ่มซำอร่อยขอชิมสักนิด แต่พอดูเมนูแล้วมันยั้งไม่อยู่จริงๆ เลยเผลอสั่งไปนิด เสี่ยวหลงเปา ฮะเก๋า ขนมจีบ หมูแดง (200 hk) สรุปได้ว่า นอกจากติ่มซำเค้าอร่อยแล้ว หมูแดงก็อร่อยมากด้วย 



ต่อด้วยซอฟไอศกรีมของ Godiva (50 hk) ทานไอศกรีมหน้าร้อนนี่ดีจริงๆ


จากนั้นเดินเล่นอยู่ฝั่งเกาลูนสักพัก แล้วไปเดินเล่นแถว Avenue of stars เพื่อรอชม Symphony of light ต่อ บรรยากาศดีมาก ทางเดินริมน้ำเค้าจัดไว้ดี มีรูปปั้นดาราฮ่องกงคนดัง รอยลายเท้าซุปตาร์ทั้งหลาย ให้แฟนคลับเลือกถ่ายรูป แต่ที่สะดุดพวกเราคือร้านปลาหมึกย่างหอมๆ เป็นร้าน stand alone กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกล ต้องชิมค่ะ ปลาหมึกจะตัวใหญ่มากเค้าจะย่างแล้วเอาไปบดให้แบนๆ (50 hk) คล้ายกับบ้านเรา อร่อยทานเพลินดี ยิ่งทานระหว่างนั่งรอดูการแสดงแสงเสียงยิ่งเลิศ 
เมื่อใกล้เวลา 20 น. ผู้คนเริ่มหลั่งไหลมาเต็มพื้นที่แห่งนี้ เราซึ่งนั่งจับจองพื้นที่อยู่นานก็ได้ดูผู้คนที่เดินผ่านไปมา เพลินดี บางครั้งการที่เราไม่ต้องทำอะไรแค่อยู่นิ่งๆ แล้วคอยดูผู้คนเคลื่อนไหวก็สนุกแล้ว บางทีรู้สึกว่าสนุกกว่าการชมการแสดงแสงสีเสียงที่เฝ้ารอเสียอีก 


วันที่สอง : ตอนเช้าร่างกายต้องการ คาเฟอีน เป็นที่สุด ดังนั้นภาระกิจแรกของเช้านี้คือ หาร้านกาแฟดีๆ ที่อยู่ใกล้เคียง แล้วก็มาเจอกับร้าน SillyBoo ( G/F, 96 Electric Road Tin Hau, Hong Kong ) ตอนแรกไม่ได้คาดหวังมากนัก แต่ด้วยความชอบลอง ประกอบกับบรยากาศร้านมันใช่ พอได้ดื่มกาแฟเท่านั้น (35 hk) กาแฟเค้าดีจริงๆ บาริสต้าก็เลิศสมกับที่ตามฝาผนังประดับด้วยรางวัลยืนยันความอร่อยมากมาย 


วันนี้เราไปสถานี mrt ใหม่ที่เปิดได้ไม่นาน สถานี Kennedy town เป็นส่วนต่อขยายของ mrt เดิม ที่ทำให้การเราได้เดินทางง่ายขึ้นมาก จุดหมายวันนี้คือ ไปเที่ยวย่าน Kennedy town บริเวณนี้เป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดเกาะฮ่องกง ติดอ่าววิคตอเรีย 


มาถึง ย่าน Kennedy town ก็ต้องหาอะไรทานก่อน เพราะเดี๋ยวใกล้เที่ยงคนจะแน่น ที่จริงคนฮ่องกงก็แทบจะทานกันทั้งวันอยู่แล้ว ไม่ว่าเวลาไหนคนก็เยอะแต่จะเยอะแค่ไหนเท่านั้นเอง ย่านนี้มีร้านเด็ดๆอยู่หลายร้าน เราเริ่มจากร้านดังที่ใครๆก็ต้องมา ร้าน Sun hing ก่อน (66 hk) เมนูแนะนำก็ซาลาเปาไส้ไหล อร่อยเทพมากๆ นอกจากซาลาเปาไส้ไหลแล้ว ยังมีอาหารที่ดูคล้ายๆ บะจ่างบ้านเรา ก็อร่อยใช้ได้ ใครมาแถวนี้ห้ามพลาดค่ะ



อิ่มท้องก็ไปเดินย่อย ริมอ่าววิคตอเรีย บรรยากาศดีมาก มีคนท้องถิ่นมาตกปลากันด้วย นั่งเล่นอยู่พักนึงก็ไปเดินชมเมืองกันต่อ

Lo Ban Xianshi Temple
Lo Ban Xianshi Temple วัดเดียวในฮ่องกงที่สร้างเพื่ออุทิศให้กับ "โหลวปาน" เทพผู้อุปถัมภ์นักก่อสร้างและช่างไม้ของชาวจีน โหลวปานหรือหลู่บาน เป็นช่างไม้ วิศวกร นักปรัชญา นักประดิษฐ์ นักคิดทางการทหาร และรัฐบุรุษซึ่งมีชีวิตอยู่ในสมัย ซุนซิว (771 - 476 ปีก่อนคริสตกาล ) ข้อมูลจาก discoveryhongkoong วัดนี้อยู่บนเขา ต้องเดินขึ้นเล็กน้อย ทางเดินเป็นทางปูน สะดวกค่ะ ถ้าไปไม่ถูกถามชาวบ้านแถวนั้นได้ เราโชคดีเจอคนใจดี พาเดินมาส่งถึงหน้าวัดเลย เป็นวัดเล็กๆ แต่รูปแบบสถาปัตยกรรมแปลกดี โดยเฉพาะรูปหลังคาของวัด



ออกจากวัดเดินเล่นในย่านเก่าแก่แห่งนี้ต่ออีกนิด ตั้งใจว่าจะไปหาร้านห่านย่างที่เพิ่งจะได้รับมิชิลิน แต่เดินผ่านร้านอาหารญี่ปุ่น หน้าตาดูดี แถมมีโปรโมชั่นแรง ลดครึ่งราคาสำหรับปลาไหล ว้าวๆๆ ต้องจัดไป แล้วก็ไม่ผิดหวัง ซูชิหน้าปลาไหล ยาวมากๆๆ คุ้มสุดๆ (95 hk) ร้านชื่อ Itacho Itamae



และแล้วก็มาถึง ร้าน Po Kee (425 Queen 's road West district,Hongkong) ร้านดังระดับมิชิลิน ที่ตามหา ร้านอยู่ตรงข้ามตลาด ใกล้ mrt hku สถานีใหม่อีกแห่งที่ใกล้มหาวิทยาลัยฮ่องกง  ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องห่านย่าง เค้าว่ากันว่าร้านนี้ย่างห่านแค่วันละ 5 ตัว เท่านั้น เราเลือกชิมบะหมี่ห่านย่าง (40 hk) ร้านมิชินลิน ราคาย่อมเยาว์ แต่สำหรับเราแค่พอใช้ อาจเป็นเพราะถูกซูชิหน้าปลาไหลตัดหน้าไปน่ะ


กลับเข้าเมืองต่อ จุดหมายจะไป PMQ ห้างใหม่มาก ที่เพิ่งจะเปิด ห้างอยู่ในย่าน SOHO ถ้าไป mrt ให้ลงสถานี Sheung Wan exit E2  หรือให้สังเกตุ บันไดเลื่อนที่ยาวที่สุด Central -mid -levels , escalator ไหนๆมาแถวนี้ก็ขอใช้บริการบันไดเลื่อนเค้าสักหน่อย บันไดเลื่อนแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของคนที่อยู่ในชุมชนนี้โดยแท้ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถขึ้นลงได้สะดวก ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดชันและไกล ดีจริง

มาถึงแล้วห้าง PMQ ห้างนี้เป็นเหมือนแหล่งรวมศูนย์การเรียนรู้ เหมือนโรงเรียนสร้างงานศิลปะ มี Work shop ให้ลองเรียน แล้วก็ขายชิ้นงานด้วย นอกจากนั้นยังมีร้านค้าของดีไซเนอร์ฮ่องกง ที่มีความเป็นตัวเองและร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย ใครที่อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ แนะนำที่นี่เลยค่ะ


Chocolate Rain ร้านเก๋ใน PMQ มีทั้งของใช้น่ารักๆ น่าใช้ไปหมด และขนม เครื่องดื่ม ให้นั่งเล่นชมบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งด้วยร่มหลากสี สมชื่อร้านทีเดียว


ออกจาก PMQ เดินผ่านย่าน SOHO ยามค่ำคืน คึกคักมาก จากภาพที่เห็น คนยืนทานกันอยู่นะ อะไรจะฮิตขนาดนั้น อยากลองชิม แต่เบียดคนไม่ไหวจริงๆ วันนี้ขอกลับไปพักก่อน ไม่หมดวันไม่กลับจริงๆ

                                       

เดินกลับที่พักผ่านร้านขนมหวาน Ching ching คนแน่นต้องต่อคิว ต้องลอง (^ ^) มะม่วงน้ำแข็งไส (40 hk) น้ำแข็งไสทำจากกระทิ ชื่นใจมาก จบทริปของวันนี้อย่างสมบูรณ์แบบ


วันที่สาม : ตอนเช้าไปไหว้พระที่วัดกังหัน การเดินทางให้ไปลงที่ สถานี Tai Wai Exit B แล้วเดินต่ออีกเล็กน้อย วัดนี้เป็นที่นิยมของคนไทยมาก เจ้าหน้าที่ดูแลวัดสามารถพูดภาษาไทยได้ ถ้าสงสัยอะไรถามพวกเขาได้เลย เช่น ต้องไหว้แบบไหน 

วัดกังหันหรือวัดแชกงหมิว (Che Kung Temple) เป็นวัดที่สร้างเพื่อระลึกถึง ท่าน แช กง นักรบราชวงศ์ซ่ง เวลาออกศึก ท่านแช กง จะใช้กังหัน 4 ใบพัดเป็นสัญลักษณ์ มีความเชื่อว่า กังหันจะนำพาความโชคดี มีอำนาจเข็มแข็งมาให้  ด้านในวัดมีรูปปั้นท่านแชกง ซึ่งเป็นเทพประจำวัด และมีกังหัน เชื่อกันว่าใครที่มากราบไหว้ที่วัดนี้ ให้หมุนกังหัน เพื่อหมุนสิ่งดีๆเขามาในชีวิต แล้วให้ตีกลองเพื่อความเป็นสิริมงคล


ออกจากวัดก็หาอะไรทานกันต่อ วันนี้เข้าตลาดไปทานเต้าหู้กัน ย่านนี้เรียกว่า Sham Shui Po เป็นย่านขายของราคาถูก ประเภทอุปกรณ์อิเลคโทรนิก ของเล่น เสื้อผ้า การเดินทางก็ใช้ mrt เหมือนเดิมค่ะ ให้ลงสถานี Sham Shui Po เราจะไปร้านเต้าหู้เทพ Kung Wo (G/F 118 Pei Ho St. ,Sham Shui Po ) ร้านนี้ขายอยู่ 3 เมนู เต้าหู้ทอดแบบนิ่ม เต้าฮวย และน้ำเต้าหู้ อร่อยทุกอย่างเลย (65 hk) ทานเสร็จก็นั่ง mrt เข้าเมืองไป shop นิดหน่อย การเดินทางที่นี่สะดวกและควบคุมเวลาได้ดีมากๆ


ช่วงเย็นๆ ออกนอกเมืองกันต่อ คราวนี้ไปหมู่บ้านชาวประมง เดี๋ยวนี้เดินทางสะดวกกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อ mrt ไปถึง ชีวิตก็ดี้ดี เรานั่ง mrt มาลงสถานี Yau Tong แล้วนั่งรถเมล์สาย 24 ต่ออีกประมาณ 10 นาทีก็ถึงหมู่บ้านชาวประมง Lei Yu Mum 


หมู่บ้านชาวประมง Lei Yu Mum บรรยากาศดี ใครที่ชื่นชอบอาหารทะเลสดๆ ราคาไม่แพง ห้ามพลาดค่ะ ของเค้าเลิศจริงๆ เมื่อเดินเข้าไปในหมู่บ้านจะมีร้านขายอาหารทะเลสดมากมาย (เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านที่ขายอาหารทะเลสดก็ว่าได้) เราสามารถเลือกอาหารทะเลสดๆ แต่ละชนิดตามใจชอบ แล้วนำไปให้ร้านปรุง ร้านอาหารจะคิดเฉพาะค่าปรุงเท่านั้น  โดยแถมผัดผัก กับซุปเต้าหู้ และออเดิรฟไข่เยี่ยวม้าให้


แนะนำร้าน Hyde Park Garden Restaurant (44 Hoi Pong Road C, Lei Yu Mum) ร้านเดินเข้ามาลึกสักหน่อย อยู่ใกล้ๆกับสนามกีฬา ราคาไม่แพง ส่วนของสดให้ซื้อจากร้าน Ming Yuit Fresh Seafood อยู่ตรงข้ามร้าน Hyde Park Garden Restaurant (รู้จักร้านนี้โดยบังเอิญจากคนฮ่องกงที่นั่งรถเมล์มาด้วยกัน ) เราเลือกหอยเป๋าฮื้อ ปลากระพงน้ำลึก หอยไม้ไผ่ (975 hk) อร่อยมากมาย

วันที่ 4 : วันนี้วันสุดท้ายของทริปแล้ว เราออกไปเดินตลาดเช้าแถวที่พักเพื่อซื้อผลไม้ หากาแฟดีๆ ดื่มแล้วก็ไปซื้อของในเมืองอีกนิดหน่อยเก็บตกของที่ยังไม่ได้ ย่านโปรดก็หนีไม่พ้นแถว Central และ Causeway Bay

 Time Square

เดินเล่น ซื้อของได้พอควร ก็ได้เวลากลับที่พัก เตรียม Check out เก็บกระเป๋าแล้วไป check in สายการบินเพื่อโหลดกระเป๋า สะดวกสบายมาก จากนั้นก็ไปเที่ยวต่อได้

ด้านล่างของจุดcheck in มีร้านซาลาเปาทอดเจ้าเด็ด Tim Ho Wan คนแน่นมาก สำหรับร้านนี้เราชอบซาลาเปาทอดอย่างเดียว เพื่อนแนะนำว่า ให้ซื้อแบบ take away จะเร็วกว่า ก็จริง สั่งไม่นานก็ได้ทานทันใจ อร่อยเหมือนเดิมจริงๆ (40hk) เดี๋ยวนี้มีเปิดสาขาที่เมืองไทยแล้ว ดีจัง

เดินเล่น IFC Mall จากห้างนี้เราสามารถมองเห็น ชิงช้าสวรรค์ด้วยนะ วิวดีมาก ห้างนี้เหมาะแก่การเดินเล่นปิดท้ายทริปมากๆ เพราะอยู่ติดกับairport link สามารถขึ้นรถไฟฟ้าไปสนามบินได้ที่นี่เลย เรียกว่าเที่ยวจนนาทีสุดท้าย แล้วทริปฮ่องกงแบบไม่คาดหวังอะไรมากก็จบแบบสมบูรณ์เกินคาด บางครั้งการที่ไม่คาดหวังก็ดีเหมือนกัน เพราะไม่ว่าจะพบเจออะไรก็ถือเป็นกำไรทั้งหมด ไม่ผิดหวังด้วย