Prague in The Morning @ Chales Bridge

 
การเดินทางข้ามเส้นเวลาทำให้ร่างกายยังไม่ปรับตัว ตื่นตามเวลาเมืองไทยแต่ที่นี่เพิ่งจะตีสองกว่าๆ นอนต่อก็นอนไม่หลับ ทำทุกอย่างเสร็จก็ไม่เช้าซักที จึงออกไปชมเมืองปรากยามเช้ามากๆๆๆๆๆ ดีกว่า ตอนที่ออกจากที่พักก็ประมาณตีห้า 5 ถือโอกาสซ้อมขับรถในเมืองเล่นๆ ด้วย จากที่พักไม่ถึง 5 นาทีก็มาถึงสะพานชาร์ลส แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองปราก จอดรถเชิงสะพาน (ความจริงห้ามจอด หากมาเวลาอื่นก็ขับรถเข้าไม่ได้ ) ตอนนั้นไม่มีใครเลย ลงจากรถก็แอบนึกกลัวเหมือนกัน แต่ด้วยความที่วิวบนสะพานที่ทั้งสวย สงบ หมอกลงจัด วิวส่วนตัวสุดๆ ก็ทำให้ความกลัวหมดไป
หมอกลงจัด อากาศเย็น สดชื่นมาก ใครอยากดูสะพานมุมไหน ใช้เวลาได้เต็มที่ เพราะมีแต่เราเท่านั้นบนสะพาน ถ่ายภาพเล่นซักพัก ก็มีคนชอบถ่ายภาพมาเก็บบรรยากาศยามเช้าเพิ่มขึ้น รู้สึกอุ่นใจที่มีคนเพิ่ม... 
                                     
สะพานชาร์ลส หรือ Karlův most ในภาษาเช็ก สะพานที่มักลางเลือนอยู่ในสายหมอกอย่าง เป็นจุดเชื่อมเลสเซอร์ ควอเตอร์ Lesser town กับ โอลด์ทาวน์ Old town เข้าด้วยกัน และเป็นสะพานข้ามแม่น้ำวัลตาวา มีอายุกว่า 600ปี ผ่านสงครามและเหตุการณ์ต่างๆมากมาย สองข้างทางของสะพานชาร์ลสเต็มไปด้วยรูปปั้นจำลองนักบุญและบุคคลสำคัญทางศาสนาต่างๆ 30 รูป มีจุดประสงค์เพื่อให้คริสตศาสนิกชนหวนกลับไปทำพิธีมิสซา


                                        

“สะพานชาร์ลส์นั้นเป็นสะพานที่คอยป้องกันปรากจากน้ำท่วมใหญ่หลายครั้งหลายครา แต่ตำนานจริงๆของสะพานชาร์ลส์ได้เกิดขึ้นเมื่อนักบวชเซนต์จอห์นแห่งเนปอมุก ได้ถูกโยนทิ้งลงจากสะพานนี้ จึงเกิดอาถรรพ์ทำให้ส่วนโค้งส่วนหนึ่งของสะพานที่สร้างเท่าไหร่ก็พังลงมาทุกครั้งไป ไม่มีใครสามารถสร้างให้สำเร็จได้ ต่อมาเมื่อมีช่างคนหนึ่งตัดสินใจที่จะซ่อมแซมสะพานนี้ เขาได้พยายามทุกวิถีทางแต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งมีปีศาจตนหนึ่งปรากฏกายขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอที่จะช่วยนายช่างคนนี้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนเป็นชีวิตของคนคนแรกที่เดินข้ามผ่านสะพานหลังจากที่สะพานชาร์ลส์นี้ซ่อมแซมสำเร็จเสร็จสมบูรณ์ นายช่างก็ตอบตกลง แต่ในใจก็ไม่อยากให้ผู้บริสุทธิ์จะต้องตกเป็นเหยื่อของข้อตกลงในครั้งนี้ เขาจึงได้คิดแผนการบางอย่างเพื่อหลอกปีศาจตนนั้น ต่อมาไม่นาน ปีศาจก็ได้รักษาคำพูดที่ให้ไว้ งานซ่อมแซมสะพารชาร์ลส์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ลุล่วงไปด้วยดี ก่อนที่จะถึงวันเปิดสะพานเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เหยียบย่างบนสะพานนี้ นายช่างได้ซ่อนไก่ไว้ที่หอคอยสะพานฝั่งด้านเมืองเก่า เพื่อให้ไก่ตัวนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตตัวแรกที่เดินข้ามสะพานชาร์ลส์ในเช้าวันรุ่งขึ้นเพื่อหลอกต้มปีศาจตนนั้น แต่ปีศาจตนนั้นกลับฉลาดยิ่งกว่า ปีศาจได้ปลอมตัวเป็นผู้ช่วยนายช่าง แล้วอาศัยช่วงเวลาที่นายช่างออกจากบ้านจากฝั่ง Lesser town แต่เช้ามืด ปีศาจแกล้งทำเป็นวิ่งกระหืดหระหอบมาหาภรรยาของนายช่างแล้วบอกว่าให้ภรรยานายช่างรีบวิ่งไปที่สะพานเพราะนายช่างเกิดอุบัติเหตุอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง พอภรรยานายช่างไปถึงหอคอยสะพานฝั่ง Lesser town ยามประจำการก็รู้จักภรรยานายช่าง จึงปล่อยให้ภรรยานายช่างวิ่งข้ามสะพานไป เมื่อนายช่างที่ยืนอยู่ที่ฝั่งเมืองเก่ามองเห็นภรรยากำลังวิ่งข้ามสะพานมา โลหิตในร่างกายของเขาเย็นเฉียบ เขาตระหนักได้ทันทีว่าปีศาจนั้นเป็นผู้ชนะ และได้พรากชีวิตบุคคลที่เป็นที่รักที่สุดของเขาไป อะไรก็ตามที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้วไม่สามารถแก้ไขให้เปลี่ยนแปลงได้ คืนต่อมาภรรยาของนายช่างก็ได้เสียชีวิตลงพร้อมด้วยลูกน้อยในครรภ์ของเธอ เรื่องราวที่เล่าขานยังคงเป็นตำนานต่อมาว่าวิญญาณของเด็กน้อยยังคงวนเวียนอยู่ที่สะพานชาร์ลส์ในยามค่ำคืน ผู้คนที่สัญจรบนสะพานคนเดียวมักได้ยินเสียงจามของเด็กในขณะที่เขากำลังรีบข้ามสะพาน จวบจนชาวบ้านคนหนึ่งที่ได้ยินเสียงจามของเด็กน้อย ชายผู้นั้นก็ได้กล่าวไปว่า “ขอพระเจ้าอวยพระพรแด่ท่าน” ทันใดนั้นก็มีเสียงเล็กๆโดยที่ไม่ปรากฏให้เห็นตัวตอบกลับมาว่า “พระองค์ได้อวยพระพรให้แล้ว” จากนั้นมา วิญญาณน้อยๆก็ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระและโบยบินสู่สรวงสวรรค์” อ่านเจอมาจากบล๊อกของคุณ " katiekat "
เดี๋ยวนี้ทำไมที่ไหนก็ต้องเอากุญแจไปล๊อกตามสะพานต่างๆ ??? ไม่รู้ว่า วัฒนธรรมนี้มีมาแต่เมื่อไร และทำเพื่ออะไร ใครรู้บ้างค่ะ ช่วยตอบที
 
เริ่มจะเช้าแล้ว ต้องกลับล่ะ เพื่อนๆที่ตื่นคงจะงงว่า หายไปไหน (ที่สำคัญรถที่จอดไว้อาจโดนใบสั่ง) ชอบมากบรรยากาศสะพานชาร์ลยามเช้า ถ้าใครยังปรับเวลาไม่ได้ลองมาเดินเล่นที่นี่ดู จะเห็นสะพานชาร์ลอีกบรรยากาศค่ะ (ขอเตือนนิดว่าการท่องเที่ยวทุกที่มีอันตราย อย่าทำให้ตัวเองอยู่ในภาวะที่เสี่ยงเกินไปนะค่ะ)

Posted by Picasa