แวะทานข้าวมันไก่ที่ singapore


trip สิงคโปร์ เป็นของแถมจากนิวซีแลนด์เพราะไหนๆต้องต่อเครื่องที่ประเทศนี้แล้ว เราก็ถือโอกาสแวะเที่ยวซัก 2 วัน (จริงๆอยากทานข้าวมันไก่สิงคโปร์น่ะ)

สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยศักยภาพหลายๆด้าน สัมผัสได้ตั้งแต่ลงจากเครื่องก็จะพบความทันสมัยของสนามบินนานาชาติที่ดูดีไปหมด มีคนแนะนำว่าควรไปเที่ยวที่ไหน ขึ้นรถอะไรถึงจะดีที่สุดด้วยนะ ดีจัง เราเลือกนั่งแท็กชี่เข้าเมืองตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพราะถูกกว่าอย่างอื่นและไม่ต้องต่อรถ เราเข้าที่พักที่โรงแรมยอร์ค ถนนอลิซาเบธ(ติดกับถนนออร์ชาร์ด แหล่งซื้อของ) ราคาโรงแรมที่นี่แพงกว่าที่นิวซีแลนด์อีก เก็บของเรียบร้อยก็ไปชมเมืองกัน ที่นี่อากาศร้อนชื้นกว่าบ้านเราอีก เดินเล่นพักหนึ่งเพื่อนพาไปทานข้าวมันไก่สิงคโปร์ อยากรู้ว่ากินถึงที่แล้วจะอร่อยกว่าบ้านเราไหม ร้านแรกอยู่ในฟู้ดคอร์ดของห้าง Isetan ชื่อร้าน SERGEANT ร้านนี้มีทั้งข้าวมันไก่ ข้าวหน้าเป็ด บะหมี่ไก่และเป็ด อร่อยค่ะ แต่น้ำจิ้มเยอะไม่รู้จะจิ้มอะไรดี แต่ไม่ต้องจิ้มก็อร่อยแล้ว ทานเสร็จก็ไปตามเพื่อนไปซื้อแคปซูลกาแฟในห้างเดียวกัน Nespresso Capsule มาใช้กับเครื่องชงกาแฟ Nespresso เมืองไทยไม่มีขาย กาแฟอร่อยดีนะ ตอนแรกกะจะซื้ออยู่เหมือนกันแต่คิดไปคิดมาถ้าหมดแล้วคงลำบาก ต้องสั่งซื้อจากที่นี่ ทานเสร็จหมดแรงเดินต่อเดินกลับที่พัก พักเอาแรงก่อนพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

เราวางแผนคร่าวๆมาจะเดินเล่นชมเมืองพอสังเขป แล้วก็ไปกินข้าวมันไก่เจ้าเด็ด แบบสบายๆ อากาศที่นี่ร้อนชื้นกว่าบ้านเรามากเดินเล่นไม่ค่อยสบายตัวเท่าไร ยิ่งตอนเช้าความชื้นสูงกล้องถ่ายภาพไม่ค่อยได้เลย เป็นฝ้าไปหมด ออกจากโรงแรมเดินมาตั้งหลักที่ถนนออร์ดชาร์ดก่อนเพราะมีสถานีรถไฟฟ้า ริมถนนมีขายอาหารเช้าสไตล์สิงคโปร์ชื่อร้าน old chang kee(เป็นจานด่วนพวกของทอด ข้าวราดแกง) จุดหมายแรกคือสิงโตสัญลักษณ์ของที่นี่ เพราะเพื่อนบอกอยากไป มาหลายครั้งไม่เคยเห็นเลย ส่วนเราก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าอยู่ส่วนไหนเพราะที่ผ่านมาก็ได้แต่ตามเขาไป และครั้งนี้กะมากินอย่างเดียวด้วย(อิ อิ) เลยไม่ได้เตรียมข้อมูลอะไรเลย เพื่อนที่อยากไปจึงต้องรับบทเป็นไกด์ถามทางคนเอา ได้ยินเพื่อนถามแล้วจะเป็นลม ดันถามหา malelion ไม่ใช่ merlion เล่นเอาคนสิงคโปร์งงเลย สุดท้ายเรานั่งรถไฟใต้ดินไปกันไปลงสถานีใกล้แม่น้ำสิงคโปร์แล้วเดินไปทางโรงแรม fullerton (โรงแรมเก่าแก่ที่หรูหราที่สุดของที่นี่) ข้ามสะพานแล้วข้ามถนนไปก็จะพบสิงโต รูปปั้นครึ่งปลาครึ่งสิงโตตัวเล็กและตัวใหญ่อยู่ใกล้ๆกัน ปัจจุบันสิงคโปร์มี Merlion ทั้งหมด 3 ตัว ตัวใหญ่ที่สุดตั้งอยู่บนเกาะ Sentosa และอีกสองตัวตั้งอยู่บริเวณ Merlion Walk (มีตัวเล็กกับตัวใหญ่)



the old parliament

จากนั้นเราเดินย้อนไปทางเดิมก็จะเห็นสถานที่ราชการสำคัญต่างๆ เช่นสภาเก่า ด้านหน้าสภามีรูปปั้นช้าง ซึ่งได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 บริเวณใกล้ๆกันก็อาคารสไตล์ Classical หลายอาคาร Supreme court เป็นตึกสุดท้ายในสิงคโปร์ที่ถูกสร้างในสไตล์ Classical พอเดินชมเมืองก็เพลินดีติดอยู่ที่ร้อนไปหน่อย คนไม่มีเลยเพราะเขาลงไปอยู่ใต้ดินกันหมด ที่นี่แต่ละอาคารจะมีทางเชื่อมใต้ดินช่วงสถานีรถไฟต่างๆ เป็น mall มีทั้งร้านค้า ร้านอาคาร ด้วยความที่อากาศร้อนทุกคนเลยอยู่แต่ในตึกและใต้ดิน เราไม่อยากลงไปใต้ดินอยากชมบรรยากาศจึงเดินกันเรื่อยๆ

chijmes
เดินมาสักพัก ไกลพอควรก็มาถึง chijmes อาคารที่ได้รับรางวัลด้านสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยม ภายในมีสวน ร้านอาหาร และโบสถ์ ด้านในมีร้านข้าวมันไก่เจ้าดังด้วยแต่ตอนเราเดินมายังไม่เปิดจึงอดค่ะ แล้วก็เดินกันต่อเจอร้านข้าวมันไก่อีก หน้าตาดูดีมากๆแถมมีป้ายโฆษณาจากหนังสือพิมพ์ต่างๆเพียบ ร้านก็เปิดแล้วนะแต่พอเข้าไปถามเขาบอกว่าเปิด 11.30 am ตอนนี้ 11 am ยังไม่ขาย เจอแบบนี้ไม่ง้อก็ได้ เดินกันต่อค่ะ คราวนี้แดดแรงมากต้องหลบเข้าห้างฯบ้าง แต่ละห้างก็มีทางเชื่อมถึงกัน จะได้ซื้อของได้ด้วย เดินอีกพักหนึ่งก็มาถึงถนนออร์ชาร์ด จุดตั้งต้น (เดินเกือบครึ่งเกาะได้มั้งนี่)

จากนั้นเรามุ่งหน้าไปที่โรงแรม Mandarin เพื่อทานข้าวมันไก่ร้าน Chatter Boxสุดยอดข้าวมันไก่ในฝันของหลายคน อร่อยดีค่ะ แต่ราคาสูงไปหน่อย มื้อนี้หมดไปเยอะอยู่ แต่ยังงัยก็สู้ข้าวมันไก่บ้านเราไม่ได้ (ต้องกลับไปทานข้าวมันไก่บ้านเราชดเชย ราคาเท่านี้ทานได้หลายสิบจานเลย) เมื่อบรรลุจุดประสงค์ในการกินแล้วก็เดินซื้อของเล็กน้อย แล้วเตรียมตัวไปสนามบินค่ะ ที่ต้องไปล่วงหน้านานเพราะจะไปซื้อของที่เล็งไว้ตั้งแต่ขามาน่ะ (ใครมีโอกาสแวะสนามบินนี้อย่าลืมซื้อหมูย่างนะ อร่อยมากๆๆ) จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านเป็นอันจบการเดินทางครั้งนี้อย่างสมบูรณ์

Posted by Picasa