นิวซีแลนด์ ตอนเมืองหลวงที่อยู่ใต้สุดของโลก Wellington


city centre / i site

มาถึงเมืองหลวงที่อยู่ใต้สุดของโลกแล้ว เมืองเวลลิงตัน (Wellington) เมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะเหนือ เรามาถึงราวๆ 4pm. ด้วยความที่เป็นเมืองใหญ่ รถราก็เยอะ จากที่ขับรถแบบสบายๆในเกาะใต้มานานก็งงๆเล็กน้อย เรารีบไปที่พักก่อน วันนี้พักที่ mercure (191nz) โรงแรมอยู่ในเขต cbd สามารถเดินไปเที่ยวในเมืองได้ เข้าที่พักแล้วก็ตัดสินใจจอดรถไว้ที่โรงแรมแล้วเดินไปเที่ยวกันเพราะที่นี่หาที่จอดรถยาก ระยะทางไม่ไกลเท่าไรแต่การเดินขึ้นลงเนินนี่ซิแทบแย่เหมือนกัน
การมาเที่ยวแต่ละเมืองเราจะไปที่ i site ก่อนค่ะ เพื่อดูว่าวันนี้เขามีกิจกรรมอะไรพิเศษกันบ้าง(บางทีก็มีส่วนลดนะ) และบริเวณที่ตั้งของ i site ก็จะเป็นจุดที่สวยที่สุดของเมืองด้วย(เท่าที่สังเกตเองนะ)



ร้านค้า รวมถึงคนก็คึกคักมาก (แต่เมืองใหญ่ก็จะมีคนจรจัดเยอะ ระวังกันนิดนึง) พอเริ่มเห็นร้านค้าแต่ละคนก็ลืมหิวเลยด้วยความที่กลัวร้านต่างๆปิดเร็วจึงลงความเห็นว่า ไปช้อปกันก่อนดีกว่า ย่านช้อปปิ้งที่นี่มี 4 ย่านดังๆ คือ Lampton Square, Willis Quarter, Cuba Quarter และCourtenay Square จัดได้ว่าเป็น 4 ย่านที่นับเป็นสวรรค์ของนักช้อป ร้านรวงต่างๆจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 09.00 – 18.00 น.

Cuba Quarter


เรามาเดินเล่นในย่าน Cuba Quarter http://en.wikipedia.org/wiki/Cuba_Street,_Wellington ย่านนี้เป็นย่านประวัติศาสตร์เลยนะเดิมเคยมีรถรางแล่นผ่านแต่ปัจจุบันยกเลิกเปลี่ยนเป็นถนนคนเดิน พอร้านเริ่มปิดก็เริ่มหิว เมืองนี้มีร้านอาหารให้เลือกเยอะ เลือกกันไม่ถูกเลยเดินตามเด็กเกาหลีไปทานอาหารเกาหลีชื่อ korean country house (เลือกจากที่คนชาติเขายังกินเลย ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง) ร้านนี้อยู่ในซอกมีร้านเครปอยู่ด้านหน้า (เครปก็อร่อยนะ) อิ่มแล้วก็ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ต่อ พิพิธภณฑ์เขาปิด 10 pm. จึงกลับไปเอารถที่โรงแรมก่อน ตอนออกจากพิพิธภัณฑ์จะได้กลับสะดวก



(Te Papa Tongarewa)

พิพิธภัณฑ์เทปาปา (Te Papa Tongarewa) พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของนิวซีแลนด์ ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรี การมาที่นี่ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงความเป็นมาและวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์รวมถึงชาวเมารี โซนเวลาที่แบ่งเป็นยุคอดีต ปัจจุบันและโลกแห่งอนาคต มีโรงหนังด้วย ที่นี่ทำให้เราเพิ่งรู้ว่าหินสีเขียวหรือหยกของชาวเมารีมีความแข็งมากใช้แทนสิ่วเจาะไม้ได้เลย เวลาในพิพิธภัณฑ์คงผ่านไปอย่างไม่รู้ตัวจนเจ้าหน้าที่มาบอกว่าจะปิดแล้ว สนุกมาก ใครมีเวลาไม่ควรพลาดจริงๆ ใครที่อยากเข้าใจประเทศใดมากขึ้นให้ไปศึกษาได้จากพิพิธภัณฑ์ของที่นั่นค่ะ ด้านข้างพิพิธภัณฑ์เป็นลานโล่งสำหรับจัดงาน เรียกว่า civic square



The Beehive

เช้าวันที่ 23 เม.ย.53 อากาศยังสดใส เรากลัวไม่มีที่จอดรถจึงเดินเข้าเมืองเหมือนเดิม เมืองนี้ลมแรงมากๆๆ เดินไปเรื่อยๆเห็นคนแต่งตัวเต็มที่ พวกทหารก็แต่งเครื่องแบบเต็มยศ(อย่างเท่ห์) มายืนขายดอกป๊อปปี้กันอย่างคึกครื้น พลเมืองเขาให้ความสำคัญกันมากมาอุดหนุนซื้อกันเยอะเลย จึงเพิ่งนึกได้ว่าเป็นวันทหารผ่านศึก (anzac day) ที่นี่เขาให้ความสำคัญกันมาก แต่วันนี้สถานที่หลายแห่งปิดทำการเพราะเป็นวันหยุด รวมถึง cable car ที่นั่งชมเมืองด้วย จากที่กะว่าวันนี้จะนั่งรถสบายๆเลยต้องเดินกันต่อ

มาเมืองหลวงก็ต้องไปชมอาคารสถานที่ราชการต่างๆ เราเริ่มจากอาคารรัฐสภาหรือ The Beehive ที่น่าสนใจด้วยเทคนิคการก่อสร้างตัวอาคารที่มีรูปลักษณ์ราวกับรวงผึ้ง มากไปกว่านั้นอาคารไม้ของรัฐบาลจัดได้ว่าเป็นอาคารที่สร้างด้วยไม้ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ มีทัวร์พาชมด้านในอาคารรัฐสภาไม่เสียค่าใช้จ่าย ใกล้ๆกันก็มีโรงเรียนกม. ศาลฎีกา ฯลฯ

old st' paul

จากสถานที่ราชการต่างๆ เราเดินต่อไปอีกไม่ไกลก็จะถึงโบสถ์โอลด์เซนปอล โบสถ์ที่ทำจากไม้ทั้งหลัง ศิลปแบบโกธิค เขารักษาสภาพอาคารไว้ดีมาก ดูอาคารบ้านเมืองแล้ว ก็ถึงเวลาไปดูอาคารร้านรวงต่างๆแล้วล่ะ อืม ใครมาเมืองนี้อย่าลืมชิมกาแฟของเขานะ อร่อยทีเดียว



bonatic garden

ซื้อของกันพอประมาณก็ไปชมธรรมชาติกันต่อ ด้วยการไปเดินเล่นในสวนพฤกษศาสตร์หรือ โบทานิก การ์เด้นบนยอดเขา ซึ่งมีต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายเขียวชอุ่ม มีไม้ดอกสดใส เด็กๆอนุบาลมาทัศนศึกษากันเป็นกลุ่ม ดูมีความสุขกันจัง อยากให้เมืองไทยมีสวนสาธารณะเยอะๆจัง


Posted by Picasa