เที่ยวเขมร ตอนจบ


กลับมาแล้วค่ะ ขาดช่วงไปนิดนึงเนื่องจากงานเข้า เรายังเที่ยวกัมพูชาไม่หมดค่ะ มาต่อกันเลยนะ

วันนี้เราไปเที่ยวเมืองหลวงกัน (ไม่ใช่เมืองหลวงกัมพูชาในปัจจุบันนะ แต่เป็นเมืองหลวงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ค่ะ) นครธมหรือเมืองพระนครหลวงมีทั้งพระราชวังและประสาทต่างๆมากมาย นครธมสร้างในช่วงที่อาณาจักรขอมเรืองอำนาจมากที่สุด เมื่อเราเข้ามาในที่แห่งนี้ต้องตื่นตากับความยิ่งใหญ่ของหินสลักรูปพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ที่มองต่ำมายังพวกเรา พระพักตร์มีใบหน้ายิ้มที่เป็นสุข (เขาเรียกกันว่ายิ้มแบบบายน) แม้อาณาบริเวณของที่นี่จะไม่กว้างเท่านครวัด แต่หินสลักใบหน้ารูปพระพักตร์เหล่านี้ก็สร้างความประทับใจให้เราได้ไม่แพ้กันเลย


ปราสาทบายน เป็นการปฏิวัติรูปแบบของการสร้างปราสาทที่มีภาพลักษณ์ต่างจากการสร้างรูปแบบเดิมๆ เพราะพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งต่างจากกษัตริย์หลายพระองค์ที่ล้วนแล้วแต่นับถือศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ที่สืบทอดมากกว่า 415 ปี


ต่อมาก็มาถึงปราสาททูมไรเดอร์ (อิ อิ) หนังเรื่องทูมไรเดอร์ทำให้ปราสาทแห่งนี้เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกมากที่สุด ปราสาทแห่งนี้ชื่อปราสาทตาพรหม ซึ่งเป็นวัดในพุทธศาสนาและเป็นวิหารหลวงในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทางเข้าประกอบด้วยโคปุระชั้นนอกและชั้นใน บริเวณผนังที่อยู่เชื่อมระหว่างโคปุระชั้นนอกและชั้นในมีการสลักภาพตามคติธรรมของพุทธศาสนานิกายมหายาน ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1729 เพื่ออุทิศให้แก่พระราชมารดาของพระเจ้าชัยวรมันที่7 ปราสาทนี้ถูกเก็บรักษาไว้เพื่อให้เห็นสภาพที่แท้จริงว่าปราสาทอยู่กับธรรมชาติมาได้เกือบ 500 ปี อันเป็นอีกมุมมองหนึ่ง เพื่อให้เห็นลักษณะของต้นไม้ที่เกาะ ชอนไชไปตามส่วนต่างๆของปราสาท และยังเป็นการช่วยรักษาสภาพของปราสาทไม่ให้พังไป ด้วยความที่ปราสาทแห่งนี้มีต้นไม้จำนวนมาก ทำให้ปราสาทแห่งนี้มีความร่มรื่น แต่ก็ดูลึกลับอยู่เหมือนกัน


ต่อมาก็ ปราสาทบันทายสรี เป็นเทวสถานขนาดเล็ก สร้างโดยพราหมณ์ยัชญวราหะ ซึ่งเป็นทั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และเป็นพระอาจารย์ให้กับพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ซึ่งยังทรงพระเยาว์ ปราสาทนี้สร้างเพื่อบูชาพระศิวะ เมื่อไม่ได้ถูกสร้างโดยกษัตริย์จึงต้องสร้างบนเนินดิน ไม่ใช่เนินเขาเหมือนปราสาทอื่น แต่ปราสาทนี้มีความงามทางด้านลวดลาย ศิลปะมีลักษณะพิเศษแบบผสมผสานศิลปะหลายยุคจนต้องจัดเป็นศิลปะสมัยหนึ่งโดยเฉพาะ ศิลปะแบบบันทายสรีถูกจัดให้อยู่ในยุคราว พ.ศ. 1510-1550 ก่อสร้างด้วยหินทรายสีชมพู เนื้อละเอียด การสลักลวดลายดูอ่อนช้อย ลายคมชัดมีความลึก ดูมีชีวิตชีวา
ยามค่ำคืนในเสียมเรียบก็มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้เปลี่ยนบรรยากาศด้วยนะ เขาเรียกว่า pub street สมชื่อจริงๆ เพราะถนนทั้งเส้นมีแต่ pub บรรยากาศคล้ายๆ ถนนข้าวสารบ้านเรานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แต่แปลกดีที่แต่ละร้านไม่เปิดแอร์ทั้งที่อากาศก็ร้อนนะ นั่งทานอาหารฟังเพลงซักพักก็เดินกลับที่พักกัน เพราะส่วนใหญ่โรงแรมต่างๆ ก็จะอยู่ไม่ไกลถนนเส้นนี้มากนัก ที่จริงอยากนั่ง สกายแลป คล้ายกับรถตุ๊กๆบ้านเราแต่การรุมเรียกลูกค้าของคนขับรถดูน่ากลัวเกินไปจึงเดินเอาดีกว่า (ลดโลกร้อนเนอะ)
Posted by Picasa